- แบรนด์และพันธมิตร
-
เกี่ยวกับกรุงศรี คอนซูมเมอร์
- เกี่ยวกับกรุงศรี คอนซูมเมอร์
- รู้จักกรุงศรี คอนซูมเมอร์
- พบกับคณะผู้บริหาร
-
นวัตกรรม
- นวัตกรรมจากกรุงศรี คอนซูมเมอร์
- LINE OFFICIAL ACCOUNT
- UCHOOSE
- AI MANOW (น้องมะนาว)
- VOICE AUTHENTICATION
- DATA MONETIZATION
- บริการลูกค้า
-
ข่าวประชาสัมพันธ์
- ข่าวประชาสัมพันธ์
- ข่าวล่าสุด
- รายการข่าว
- ไลฟ์สไตล์
- ร่วมงานกับเรา
ในโลกการเงินยุคใหม่ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้คนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปี การมีบัตรเครดิตสักใบเพื่อรูดสะสมแต้ม (Points) อาจดูเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับปี 2568 ที่กำลังจะมาถึง นิยามความคุ้มค่าได้ถูกเขียนใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ "Cashback is King" หรือการได้รับเงินคืนกลับมาทันที
ทำไมคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องการวางแผนการเงิน หรือกลุ่ม Smart Spender ถึงเริ่มหันมามองหา โปรบัตรเครดิต ที่ให้ เครดิตเงินคืน? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเทรนด์นี้ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ที่จะทำให้ทุกการใช้จ่ายมีประสิทธิภาพสูงสุด
การสะสมพอยต์ถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งเหมือนการเล่นเกมเก็บแต้ม แต่ในมุมของการบริหารจัดการเงิน บางครั้งเราอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าที่คิด เพื่อให้ได้มาซึ่งความคุ้มค่าสูงสุด ลองจินตนาการถึงการที่เราต้องคอยเช็กวันหมดอายุของพอยต์ หรือการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนพอยต์เพื่อแลกของรางวัลสักชิ้น ซึ่งบางครั้งอาจต้องมียอดใช้จ่ายสะสมจำนวนมากเพื่อให้ถึงเป้าหมาย
แทนที่จะมองว่าเป็นปัญหา ลองเปลี่ยนมุมมองว่า "จะดีกว่าไหมถ้าเรามีทางเลือกที่ง่ายกว่า?" การลดขั้นตอนความซับซ้อนเหล่านี้ลง จะช่วยให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกว่า และได้รับความคุ้มค่าแบบที่ไม่ต้องรอลุ้น ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเงื่อนไขการแลกที่ซับซ้อน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนยุคใหม่เริ่มมองหาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่าเดิม
วลี "Cash is King" หรือเงินสดคือพระเจ้า ยังคงใช้ได้จริงเสมอ แต่ในโลก Digital Payment มันได้วิวัฒนาการสู่ "Cashback is King"
ความเรียบง่าย (Simplicity) และ ความโปร่งใส (Transparency) คือหัวใจสำคัญของเทรนด์นี้ Cashback หรือ เครดิตเงินคืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ทันที (Instant Gratification)
ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ บัตรเครดิต เงินคืน จะเปลี่ยนยอดใช้จ่ายให้กลายเป็น "มูลค่าที่แท้จริง" กลับคืนสู่กระเป๋า โดยเข้าไปลดภาระค่าใช้จ่ายในรอบบิลถัดไปโดยตรง เปรียบเสมือนเราได้รับส่วนลดเงินสดทันทีจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างพอยต์ ไม่ต้องคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน และที่สำคัญคือ "ความอิสระ" ที่ไม่ต้องถูกจำกัดด้วยแคตตาล็อกของรางวัล แต่คือเงินที่นำไปหมุนเวียนใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ได้ตามต้องการ
เพื่อตอบรับเทรนด์การเงินยุคใหม่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้เปิดตัวแคมเปญที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงปลายปีนี้กับ "#กรุงศรีช่วยคุณเปย์เซฟ" (Krungsri Pay Save) ที่ออกแบบมาเพื่อคนฉลาดใช้เงินโดยเฉพาะ โดยทลายกำแพงเงื่อนไขเดิมๆ และมอบความคุ้มค่าที่จับต้องได้ทันที
จุดเด่นที่ทำให้แคมเปญนี้เป็น Game Changer ในวงการ โปรโมชันบัตรเครดิต คือ:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
หากกำลังมองหาวิธีบริหารเงินให้คุ้มค่าที่สุดในปี 2568 การเปลี่ยนมาโฟกัสที่ Cashback หรือเครดิตเงินคืน คือคำตอบที่ชาญฉลาดที่สุด และแคมเปญ กรุงศรี เปย์เซฟ ก็คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เปลี่ยนทุกรายจ่ายให้กลายเป็นเงินออมทางอ้อมได้จริง โดยไม่ต้องง้อพอยต์อีกต่อไป
ทำไมคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องการวางแผนการเงิน หรือกลุ่ม Smart Spender ถึงเริ่มหันมามองหา โปรบัตรเครดิต ที่ให้ เครดิตเงินคืน? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเทรนด์นี้ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ที่จะทำให้ทุกการใช้จ่ายมีประสิทธิภาพสูงสุด
เปิด "กับดักนักสะสมพอยต์" ที่คุณอาจไม่รู้ตัว
การสะสมพอยต์ถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งเหมือนการเล่นเกมเก็บแต้ม แต่ในมุมของการบริหารจัดการเงิน บางครั้งเราอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าที่คิด เพื่อให้ได้มาซึ่งความคุ้มค่าสูงสุด ลองจินตนาการถึงการที่เราต้องคอยเช็กวันหมดอายุของพอยต์ หรือการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนพอยต์เพื่อแลกของรางวัลสักชิ้น ซึ่งบางครั้งอาจต้องมียอดใช้จ่ายสะสมจำนวนมากเพื่อให้ถึงเป้าหมาย
แทนที่จะมองว่าเป็นปัญหา ลองเปลี่ยนมุมมองว่า "จะดีกว่าไหมถ้าเรามีทางเลือกที่ง่ายกว่า?" การลดขั้นตอนความซับซ้อนเหล่านี้ลง จะช่วยให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกว่า และได้รับความคุ้มค่าแบบที่ไม่ต้องรอลุ้น ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเงื่อนไขการแลกที่ซับซ้อน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนยุคใหม่เริ่มมองหาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่าเดิม
"Cash is King" สู่ "Cashback is King" ทำไมเงินคืนที่จับต้องได้ถึงชนะ?
วลี "Cash is King" หรือเงินสดคือพระเจ้า ยังคงใช้ได้จริงเสมอ แต่ในโลก Digital Payment มันได้วิวัฒนาการสู่ "Cashback is King"
ความเรียบง่าย (Simplicity) และ ความโปร่งใส (Transparency) คือหัวใจสำคัญของเทรนด์นี้ Cashback หรือ เครดิตเงินคืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ทันที (Instant Gratification)
ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ บัตรเครดิต เงินคืน จะเปลี่ยนยอดใช้จ่ายให้กลายเป็น "มูลค่าที่แท้จริง" กลับคืนสู่กระเป๋า โดยเข้าไปลดภาระค่าใช้จ่ายในรอบบิลถัดไปโดยตรง เปรียบเสมือนเราได้รับส่วนลดเงินสดทันทีจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างพอยต์ ไม่ต้องคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน และที่สำคัญคือ "ความอิสระ" ที่ไม่ต้องถูกจำกัดด้วยแคตตาล็อกของรางวัล แต่คือเงินที่นำไปหมุนเวียนใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ได้ตามต้องการ
เมื่อ "กรุงศรี คอนซูมเมอร์" ตอบโจทย์คนยุคใหม่ด้วย #กรุงศรีช่วยคุณเปย์เซฟ
เพื่อตอบรับเทรนด์การเงินยุคใหม่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้เปิดตัวแคมเปญที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงปลายปีนี้กับ "#กรุงศรีช่วยคุณเปย์เซฟ" (Krungsri Pay Save) ที่ออกแบบมาเพื่อคนฉลาดใช้เงินโดยเฉพาะ โดยทลายกำแพงเงื่อนไขเดิมๆ และมอบความคุ้มค่าที่จับต้องได้ทันที
จุดเด่นที่ทำให้แคมเปญนี้เป็น Game Changer ในวงการ โปรโมชันบัตรเครดิต คือ:
- 1. คืนจริงและคืนหนัก: ไฮไลต์สำคัญคือการมอบเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 10%* ในหมวดร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากในตลาด โปรโมชัน ร้านอาหาร ปัจจุบัน
- 2. ความง่ายที่เหนือกว่า: ลืมภาพการกดแลกพอยต์ไปได้เลย เพราะแคมเปญนี้ชูจุดขายเรื่อง "ไม่ต้องใช้พอยต์แลก" เพียงแค่ลงทะเบียนและใช้จ่ายตามเงื่อนไข ระบบจะคำนวณและคืนเงินให้เอง เป็นการลดขั้นตอนยุ่งยากให้เหลือศูนย์
- 3. ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์: ไม่ใช่แค่เรื่องกิน แต่ยังรวมถึง โปรโมชัน ที่พัก และ โปรจองตั๋วเครื่องบิน สำหรับสายเที่ยว รวมถึง โปรเติมน้ำมัน สำหรับคนใช้รถ ซึ่งเป็นการคืนเงินในหมวดที่คนต้อง "ควักกระเป๋าจ่ายจริง" ในชีวิตประจำวัน
- ● กินเซฟ 10%* กับ 69 ร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมรายการ เพียงทานครบ 1,000 บาท ต่อเซลส์สลิป รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10%* (จำกัดเครดิตเงินคืน 100 บาท ต่อบัญชีบัตรหลัก ต่อเซลส์สลิปต่อวัน และสูงสุด 300 บาท ต่อบัญชีบัตรหลักต่อเดือน)
- ● เติมน้ำมันเซฟ 5%* ณ สถานีบริการพีทีที สเตชั่นทั่วไทย เพียงเติมน้ำมันครบ 800 บาท ต่อเซลส์สลิป รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5% * (จำกัดเครดิตเงินคืน 40 บาท ต่อบัญชีบัตรหลักต่อเซลส์สลิปต่อวัน และสูงสุด 80 บาท ต่อบัญชีบัตรหลักต่อเดือน)
- ● เที่ยวเซฟ 5%* กับโรงแรมทั่วไทย เว็บไซต์ท่องเที่ยว และสายการบินที่ร่วมรายการ เพียงมียอดใช้จ่ายครบ 4,000 บาท ต่อเซลส์สลิป รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5%* (จำกัดเครดิตเงินคืน 200 บาท ต่อบัญชีบัตรหลักต่อเซลส์สลิปต่อวัน และสูงสุด 400 บาท ต่อบัญชีบัตรหลักต่อเดือน)
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
หากกำลังมองหาวิธีบริหารเงินให้คุ้มค่าที่สุดในปี 2568 การเปลี่ยนมาโฟกัสที่ Cashback หรือเครดิตเงินคืน คือคำตอบที่ชาญฉลาดที่สุด และแคมเปญ กรุงศรี เปย์เซฟ ก็คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เปลี่ยนทุกรายจ่ายให้กลายเป็นเงินออมทางอ้อมได้จริง โดยไม่ต้องง้อพอยต์อีกต่อไป
